ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฎนครราชส มา ว ทยาเขต/คณะ/ภาคว ชา โปรแกรมว ชาว ทยาศาสตร ส งแวดล อม คณะว ทยาศาสตร และเทคโนโลย หมวดท 1. ล กษณะและข อม ลโดยท วไปของรายว ชา 1. รห สและช อรายว ชา 405282 การอน ร กษ ด น น า ป าไม (Soil Water and Forest Conservation) 2. จ านวนหน วยก ต 3(2-2-5) 3. หล กส ตร และประเภทของรายว ชา 3.1 หล กส ตร ว ทยาศาสตรบ ณฑ ต สาขาว ชาว ทยาศาสตร ส งแวดล อม 3.2 ประเภทของรายว ชา ว ชาเอกบ งค บ 4. อาจารย ผ ร บผ ดชอบรายว ชาและอาจารย ผ สอน ผศ.ดร.วราภรณ โกศ ลว ตร อาจารย ดร.น ร นดร คงฤทธ 5. ภาคการศ กษา ช นป ท เร ยน 2/2556 ช นป ท 2 6. รายว ชาท ต องเร ยนมาก อน (Pre-requisites) ไม ม 7. รายว ชาท ต องเร ยนพร อมก น (Co-requisites) ไม ม 8. สถานท เร ยน คณะว ทยาศาสตร และเทคโนโลย 9. ว นท จ ดท าหร อปร บปร งรายละเอ ยดของรายว ชา คร งล าส ด - [1]
หมวดท 2. จ ดม งหมายและว ตถ ประสงค 1. จ ดม งหมายของรายว ชา ด านความร 1) ม ความร ความเข าใจในเร องความส าค ญและประโยชน ของด น น า และป าไม 2) ม ความร ความเข าใจในเร องการจ าแนกป าไม กฎหมายท เก ยวข องก บป าไม 3) ม ความร ความเข าใจในเร องป จจ ยท ม อ ทธ พลต อการชะล างพ งทลายของด น และการอน ร กษ ด น น า และป าไม ด านท กษะ 1) สามารถจ าแนกป าไม และสามารถใช หล กการอน ร กษ ด น น า และป าไม ในการส งเสร มความร ให ก บผ ท สนใจได 2) สามารถใช ท กษะด านหล กการการอน ร กษ และกฎหมายท เก ยวข องก บ ด น น า และป าไม ได ด านเจตคต 1) ม เจคต ท ด ในการเร ยน ได แก การม ว น ย ความร บผ ดชอบ การตรงต อเวลา ความมานะพยายาม การ พ งพาและเอ อเฟ อช วยเหล อก น 2. ว ตถ ประสงค ในการพ ฒนาปร บปร งรายว ชา เพ อให น กศ กษาม ความร เก ยวก บความหมายของการอน ร กษ ด น น า และป าไม หล กการอน ร กษ และ กฎหมายท เก ยวข องก บทร พยากรด น น า และป าไม หมวดท 3. ล กษณะและการด าเน นการ 1. ค าอธ บายรายว ชา ความหมาย ความส าค ญและประโยชน ของด น น า และป าไม การจ าแนกป าไม ของประเทศไทย ป ญหาท เก ดก บทร พยากรป าไม กฎหมายท เก ยวก บป าไม ป จจ ยท ม อ ทธ พลต อการชะล างพ งทลายของด น การชะล าง พ งทลายของด น การอน ร กษ ด น น า และป าไม 2. จ านวนช วโมงท ใช ต อภาคการศ กษา บรรยาย สอนเสร ม การฝ กปฏ บ ต /งานภาคสนาม/การฝ กงาน การศ กษาด วยตนเอง บรรยาย 48 ช วโมง สอนเสร มตาม ความต องการ ฝ กปฏ บ ต ในช นเร ยน การศ กษาด วยตนเอง ประมาณ 10 ช วโมง [2]
ของน กศ กษา หมวดท 4. การพ ฒนาผลการเร ยนร ของน กศ กษา 1. ค ณธรรม จร ยธรรม 1.1 ค ณธรรม จร ยธรรม ท ต องพ ฒนา 1) พ ฒนาผ เร ยนให ม ความร บผ ดชอบ ม ว น ย 2) ตรงต อเวลา 1.2 ว ธ การสอน 1) การบรรยายพร อมยกต วอย างกรณ ศ กษาท เก ยวข องก บการจ ดการล มน า 2) ท าก จกรรมกล มแบบร วมก นเร ยนร 3) การศ กษากรณ ต วอย างจากว ด ท ศน 1.3 ว ธ การประเม นผล 1) พฤต กรรมการเข าเร ยน 2) การร วมก จกรรมการ 2. ความร 2.1 ความร ท ต องได ร บ ความหมาย ความส าค ญและประโยชน ของด น น า และป าไม การจ าแนกป าไม ของประเทศไทย ป ญหาท เก ดก บทร พยากรป าไม กฎหมายท เก ยวก บป าไม ป จจ ยท ม อ ทธ พลต อการชะล างพ งทลายของด น การ ชะล างพ งทลายของด น การอน ร กษ ด น น า และป าไม 2.2 ว ธ การสอน 1) การบรรยายพร อมยกต วอย างกรณ ศ กษาท เก ยวข องก บมลพ ษส งแวดล อม 2) ท าก จกรรากล มแบบร วมก นเร ยนร 3) การศ กษากรณ ต วอย างจากว ด ท ศน 2.3 ว ธ การประเม นผล 1) ทดสอบย อย ทดสอบปลายภาค ด วยข อสอบท เน นหล กการและทฤษฎ [3]
2) ผ สอนส งเกตการณ น าเสนอผลงานของน กศ กษา 3. ท กษะทางป ญญา 3.1 ท กษะทางป ญญาท ต องพ ฒนา พ ฒนาความสามารถในการค ดอย างเป นระบบ ม การว เคราะห โดยการประมวลรายว ชามาอน ร กษ ทร พยากร ด น น า และป าไม 3.2 ว ธ การสอน 1) การบรรยายพร อมยกต วอย างกรณ ศ กษาท เก ยวข องก บการอน ร กษ ด น น า และป าไม 2) หล กการอน ร กษ ทร พยากรธรรมชาต 3.3 ว ธ การประเม นผล 1) การสอบเข ยนโดยใช ความร ท ได ร บในการอน ร กษ ทร พยากรด น น า และป าไม แบบบ รณาการ 2) มาตรการทางกฎหมายท เก ยวข องก บการอน ร กษ ทร พยากรด น น า และป าไม 4. ท กษะความส มพ นธ ระหว างบ คคลและความร บผ ดชอบ 4.1 ท กษะความส มพ นธ ระหว างบ คคลและความร บผ ดชอบ 1) พ ฒนาท กษะในการสร างความส มพ นธ ระหว างผ เร ยนด วยก น 2) พ ฒนาความเป นผ น าและผ ตามในการท างานเป นท ม 4.2 ว ธ การสอน 1) จ ดก จกรรมกล มโดยเปล ยนกล มท างานตามก จกรรมท มอบหมาย เพ อให น กศ กษาท างานได ก บผ อ น โดยไม ย ดต ดก บเพ อนสน ท 2) มอบหมายงานกล มในการจ ดท ารายงานเคร องม อค ณภาพ เพ อให น กศ กษาท างานร วมก บผ อ นได 3) ก าหนดความร บผ ดชอบของน กศ กษาแต ละคนในการท างานกล ม 4.3 ว ธ การประเม นผล 1) ประเม นการม ส วนร วมในช นเร ยน 2) ประเม นความร บผ ดชอบจากรายงานกล มของน กศ กษา 3) ให น กศ กษาประเม นสมาช กในกล ม ท งด านท กษะความส มพ นธ ระหว างบ คคลและความร บผ ดชอบ 5. ท กษะการส อสารและการใช เทคโนโลย ท ต องการ 5.1 ท กษะการส อสารและการใช เทคโนโลย ท ต องการท ต องการ 1) พ ฒนาท กษะด านการส อสารท งการฟ ง การพ ด การอ าน การแปล โดยจ ดท าเป นรายงานและ น าเสนอในช นเร ยนได อย างเหมาะสม 2) สามารถใช Power point ในการน าเสนองานท ได ร บมอบหมาย 3) พ ฒนาท กษะด านการส บค นหาข อม ลทางอ นเตอร เน ตได 5.2 ว ธ การสอน 1) การใช power point [4]
2) การน าเสนอข อม ลจากการค นคว าทางอ นเตอร เน ต 3) การแนะน าเทคน คการส บค นข อม ลและแหล งข อม ล 5.3 ว ธ การประเม นผล 1) ประเม นการม ส วนร วมในการอภ ปราย หล งจากฟ งการน าเสนอผลการศ กษา 2) ประเม นความร บผ ดชอบจากรายงานกล ม และการน าเสนอผลงานในร ปแบบ power point 3) ประเม นท กษะการใช ภาษาจากรายงานการเข ยนและการน าเสนอผลงานในร ปของเทคโนโลย หมวดท 5. แผนการสอนและการประเม นผล 1. แผนการสอน ส ปดาห ท ห วข อ/รายละเอ ยด จ านวน ช วโมง 1-2 - ช แจงความม งหมาย และเน อหาว ชา แนวการเร ยนการ สอน - ความหมาย ประเภท ประโยชน ของทร พยากรธรรมชาต - การส ญเส ยทร พยากรธรรมชาต - ความหมายของการอน ร กษ - ความจ าเป นท ต องอน ร กษ ทร พยากรธรรมชาต - หล กการอน ร กษ ทร พยากรธรรมชาต - มาตราการในการอน ร กษ ทร พยากรธรรมชาต 3-4 ทร พยากรด น - ทร พยากรด นก บการอน ร กษ ด น - การพ งทลายของด น - การร กษาแร ธาต ในด น - การอน ร กษ และฟ นฟ ท ด นท ไม ได ใช เพาะปล ก - การจ าแนกสมรรถนะท ด น - การใช ประโยชน ท ด นในประเทศไทย 5-6 ทร พยากรน า - แหล งท มาของน าและการตรวจว ดน า - ว ตถ ประสงค ในการอน ร กษ ทร พยากรน า - การจ าแนกประเภทประโยชน และการอน ร กษ - ว ธ การอน ร กษ ทร พยากรน า - การอน ร กษ ทร พยากรน าในประเทศไทย - อ ทกภ ยและการป องก น ก จกรรม การเร ยนการสอน และส อท ใช 8 - ผ สอนบรรยาย ส อท ใช 8 - ผ สอนบรรยาย ส อท ใช 8 - ผ สอนบรรยาย ส อท ใช 7 ระบบน เวศด น ล มน า และการจ ดการ 4 - ผ สอนบรรยาย ส อท ใช ผ สอน ดร.น ร นดร ฯ ดร.น ร นดร ฯ ดร.น ร นดร ฯ ดร.น ร นดร ฯ [5]
1. แผนการสอน ส ปดาห ท ห วข อ/รายละเอ ยด จ านวน ช วโมง ก จกรรม การเร ยนการสอน และส อท ใช 8 สอบกลางภาค 4 9-10 ทร พยากรป าไม - ความหมายของป าไม - ค ณค าและความส าค ญของป าไม - การใช ประโยชน ป าไม ด านน นทนาการ - ชน ดของป าไม ในประเทศไทย -ป ญหาและความจ าเป นในการอน ร กษ ป าไม - อนาคตของป าไม ไทย 8 - ผ สอนบรรยาย ส อท ใช 11 ระบบน เวศป าบก ป าพร และการจ ดการ 4 - ผ สอนบรรยาย ส อท ใช 12 ระบบน เวศป าชายเลย พ นท ช มน า และการจ ดการ 4 - ผ สอนบรรยาย ส อท ใช 13-14 กฎหมายเก ยวก บการอน ร กษ ด น น า และป าไม 8 - ผ สอนบรรยาย ส อท ใช 15 กรณ ศ กษาโครงการอ นเน องมาจากพระราชด าร เก ยวก บ ด น น า และป าไม 16 สอบปลายภาค 4 4 - ผ สอนบรรยาย ส อท ใช ผ สอน 2. แผนการประเม นผลการเร ยนร ผลการเร ยนร ว ธ การประเม นน กศ กษา ส ปดาห ท ประเม น ส ดส วนของการ ประเม นผล 1 1. การเข าห องเร ยนและส งงานตรงต อเวลา 2. ความซ อส ตย ของการท างานท ได ร บมอบหมาย และการสอบ 3. การแต งกายถ กต องตามระเบ ยบ 4. สามารถปร บต วในการท างานร วมก บผ อ นได [6] ตลอดภาค การศ กษา 10%
2 1. การทดสอบย อย 2 คร ง 2. การทดสอบกลางภาคเร ยน 3. สอบข อเข ยนปลายภาคเร ยน 3 1. การใช ภาษาในการตอบข อซ กถาม และเสนอ ความค ดเห นในช นเร ยน 2. การใช เทคโนโลย ในการน าเสนองานท ได ร บ มอบหมาย 3. การร วมอภ ปรายท ม เหต ผลถ กต อง เหมาะสม และสร างสรรค 3. เกณฑ การประเม นผล ใช การประเม นแบบอ งเกณฑ ตามหล กเกณฑ ของมหาว ทยาล ย ด งน A 80 100 คะแนน B+ 75 79 คะแนน B 70 74 คะแนน C+ 65 69 คะแนน C 60-64 คะแนน D+ 55 59 คะแนน D 50-54 คะแนน F ต ากว า 49 1. ส ปดาห ท 3, 5 2. ส ปดาห ท 7 3.ปลายภาคเร ยน 1. ตลอดภาค การศ กษา 2.ส ปดาห ท 16 3.ส ปดาห ท 2, 4, 7, 8, 16 แบบ มคอ.3 10% 20% 30% 4. เง อนไขและข อพ งปฏ บ ต ในการเร ยน 1) รายว ชาน จ ดการเร ยนท เน นท งภาคทฤษฎ และการฝ กปฏ บ ต น กศ กษาจะต องเข าช นเร ยน และท า ก จกรรมให ครบถ วนท กคร ง 2) ในกรณ ท น กศ กษาม ความจ าเป นจร ง ๆ ท ท าให ไม สามารถเข าช นเร ยนได ขอให ต ดต อผ สอนโดยด วน ทางโทรศ พท หร อ เข ยนใบลาท แสดงเหต ผลท ไม สามารถมาเร ยนได การเพ กเฉยโดยไม ช แจงเหต ผลก บผ สอน จะม ผลกระทบต อการประเม นผลการเร ยน 3) ในการท างานท งเด ยวและกล ม ขอให น กศ กษาใช ความสามารถให เต มท ในการแสดงให ผ สอนเห นว า เป นผ ม จร ยธรรมในการเร ยน ม ความพยายาม ซ อส ตย ตรงเวลาและร บผ ดชอบ 4) ในการเข าช นเร ยนท กคร งขอให น กศ กษา ให เกร ยต และเคารพตนเอง ผ สอน และสถาบ นแห งน ด วย การแต งกายท เหมาะสม หากผ สอนเห นว าน กศ กษาคนใดปฏ บ ต ตนท ไม เหมาะสมในการแต งกาย ผ สอนม ส ทธ ท จะเช ญน กศ กษาออกนอกช นเร ยนเพ อม ให เป นเย ยงอย างต อผ อ น 5) หากน กศ กษาคนใดม ข อค บข องใจในการปฏ บ ต ตนในการเร ยนหร อม ป ญหาใด ๆ ก ตาม ขออย า เพ กเฉย ควรปร กษาผ สอนท นท 30% [7]
หมวดท 6. ทร พยากรประกอบการเร ยนการสอน 1. หน งส อ ต ารา และเอกสารประกอบการสอนหล ก 2. หน งส อ เอกสาร และข อม ลอ างอ ง ท ส าค ญ ไม ม 3. หน งส อ เอกสาร และข อม ลอ างอ ง ท แนะน า กรมส งเสร มค ณภาพส งแวดล อม พระราชบ ญญ ต ส งเสร มและร กษาค ณภาพส งแวดล อม พ.ศ.2535 กร งเทพฯ เอ นเจโปรโมช น 2535 เกษม จ นทร แก ว ว ทยาศาสตร ส งแวดล อม พ มพ คร งท 5 กร งเทพฯ มหาว ทยาล ยเกษตรศาสตร ส าน กพ มพ มหาว ทยาล ยเกษตรศาสตร 2544. หล กการจ ดการล มน า ภาคว ชาอน ร กษ ว ทยา คณะวนศาสตร มหาว ทยาล ยเกษตรศาสตร 789 หน า 2539. น พนธ ต งธรรม. การจ ดการทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อมในพ นท ล มน า ในรายงานการศ กษาฉบ บ สมบ รณ โครงการศ กษาว จ ยร ปแบบองค กรบร หารจ ดการทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อมในพ นท ล มน าของประเทศไทย (ภาคผนวก) คณะน ต ศาสตร มหาว ทยาล ยธรรมศาสตร เสนอต อ ส าน ก นโยบายและแผนส งแวดล อม กระทรวงว ทยาศาสตร เทคโนโลย และส งแวดล อม 2539. น ว ต เร องพาน ช. การอน ร กษ ทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม. พ มพ คร งท 4 กร งเทพฯ มหาว ทยาล ยเกษตรศาสตร ส าน กพ มพ มหาว ทยาล ยเกษตรศาสตร 2546 ชาล นาวาน เคราะห ค ม อการศ กษาด นเพ อการจ ดการทร พยากรธรรมชาต และส งแวดล อม คณะ ส งแวดล อมและทร พยากรศาสตร มหาว ทยาล ยมห ดล 2540 สมศ กด ส ขวงศ ระบบน เวศป าบกประเภทผล ดใบ ในเอกสารการสอนช ดว ชาน เวศว ทยาและการจ ดการ ทร พยากรป าไม เล ม 1 หน วยท 3 นนทบ ร สาขาว ชาส งเสร มการเกษตรและสหกรณ มหาว ทยาล ยส โขท ยธรรมาธ ราช 2534. หมวดท 7. การประเม นและปร บปร งการด าเน นการของรายว ชา 1. กลย ทธ การประเม นประส ทธ ผลของรายว ชาโดยน กศ กษา 1) การสนทนาระหว างผ สอนและผ เร ยน 2) การส งเกตการณ จากพฤต กรรมการเร ยนของผ เร ยน 3) แบบประเม นการสอนประจ าภาคเร ยน 2. กลย ทธ การประเม นการสอน 1) ผลการสอบ 2) การประเม นจากการท ารายงาน [8]
3. การปร บปร งการสอน - 4. การทวนสอบมาตรฐานผลส มฤทธ ของน กศ กษาในรายว ชา - 5. การด าเน นการทบทวนและการวางแผนปร บปร งปร ส ทธ ผลของรายว ชา - [9]